แสงเย็นช่วงห้าโมงตกกระทบผิวทะเลจนเป็นสีทอง น้ำทะเลนิ่ง แทบไม่มีคลื่น มีเพียงเสียงลมเบา ๆ กับเสียงชัตเตอร์กล้องที่กดต่อเนื่องทุก ๆ สองสามวินาที
เอก : “ฟ้าเอียงหน้าอีกนิดครับ ดีมาก”
เธอยิ้มบาง ดวงตาสะท้อนแสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้า ผมมองผ่านช่องมองภาพแล้วรู้สึกว่าเธอสวยเกินกว่าจะเป็นแค่แบบถ่ายพรีเวดดิ้งธรรมดา
หญิงสาวที่ชื่อ “ฟ้า” เป็นลูกค้าคนล่าสุดของผม ติดต่อมาขอให้ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งริมทะเลแบบไม่ต้องมีเจ้าบ่าวบอกว่าอีกฝ่ายติดธุระ แต่เธออยากเก็บภาพไว้ก่อนเพื่อใช้ในงานจริง
ผมไม่ได้ถามอะไรมาก เพราะเจอเคสแปลก ๆ มาหลายรูปแบบอยู่แล้ว
แต่ระหว่างถ่าย ผมเริ่มสังเกตว่าฟ้าไม่ได้ดูเหมือนคนกำลังจะแต่งงานเลย ไม่มีแหวน ไม่มีแววตาแห่งความตื่นเต้น มีแต่รอยยิ้มบาง ๆ และความเงียบระหว่างช็อตที่เหมือนกำลังซ่อนอะไรไว้
จนเมื่อแสงสุดท้ายหายไปจากขอบทะเล ผมเก็บกล้อง แล้วหันไปหาฟ้า
เอก : “โอเค เรียบร้อยครับ เดี๋ยวผมจะรีทัชให้เสร็จในอาทิตย์นี้”
ฟ้า : “รูปสุดท้าย…ขอถ่ายคู่ได้ไหมคะ”
เอก : “หือ กับผม?”
ฟ้ายิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้า
ฟ้า : “รูปสุดท้าย อยากให้มีพี่อยู่ในนั้นด้วย”
ผมลังเลแต่เธอก็เดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นมือถือมาให้คนแถวนั้นช่วยถ่ายแทน
เธอเข้ามายืนข้าง ๆ แล้วสวมแขนคล้องแขนผมแน่น ดึงเข้าใกล้จนแผ่นอกเธอแนบต้นแขน
ชัตเตอร์ดังสามครั้งรวด
แต่หัวใจผมเต้นไปหกครั้ง
หลังถ่ายเสร็จ ผมกับฟ้านั่งเงียบ ๆ อยู่ที่เก้าอี้ชายหาดริมรีสอร์ต แสงไฟสีส้มอ่อนจากร้านอาหารข้าง ๆ ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนฉากหนัง
ฟ้า : “พี่เอกคงสงสัยใช่ไหม ว่าทำไมถึงไม่มีเจ้าบ่าวมาเลย”
เอก : “นิดหน่อยครับ แต่ถ้าไม่สะดวกเล่าก็ไม่เป็นไร”
เธอเงียบไปพักหนึ่ง แล้วมองลงพื้นทราย
ฟ้า : “จริง ๆ ไม่มีแล้วค่ะ…เขายกเลิกงานแต่งก่อนหน้านี้หนึ่งอาทิตย์เอง”
เอก : ” ขอโทษครับ”
ฟ้า : “หนูไม่เสียใจแล้วนะคะ แค่ยังอยากมีภาพแต่งงานสวย ๆ สักครั้งในชีวิต”
ผมนิ่งไป ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเธอเบา ๆ
เอก : “แล้วที่ให้ผมถ่ายรูปคู่…”
ฟ้า : “หนูไม่ได้อยากจำผู้ชายที่ทำให้เสียใจหรอกค่ะ หนูอยากจำคนที่อยู่ตรงนี้กับหนู…ตอนนี้”
มือเธอบีบมือผมแน่นขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วพูดเสียงแผ่ว
ฟ้า : “ขอขึ้นห้องก่อนนะคะ”
ผมพยักหน้า มองเธอเดินหายเข้าไปในตัวรีสอร์ต
สิบนาทีต่อมา มือถือผมเด้งแจ้งเตือน
“ห้อง 203 อยู่อาคารด้านในสุด ถ้าไม่กลัว…ก็ขึ้นมา”
หัวใจผมกระตุกวูบ มือแทบสั่น
ผมเดินขึ้นไปที่ห้องนั้นแบบไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่ทุกย่างก้าวเหมือนโดนแรงดึงจากข้างในพาไปเอง
ประตูห้องเปิดไว้เล็กน้อย เมื่อผมผลักเข้าไป ฟ้ายืนอยู่ริมเตียง สวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำสีขาว สายคาดเอวหลุดลุ่ย เผยเรียวขาและช่วงอกขาวสะอาด
เธอไม่พูดอะไร แค่มองผมนิ่ง
ผมเดินเข้าไปใกล้ วางมือบนเอวเธอเบา ๆ เธอไม่ถอย
เอก : “แน่ใจนะ”
ฟ้า : “แน่ใจค่ะ…อยากจำภาพคืนนี้มากกว่าทุกภาพที่ถ่าย”
คำพูดนั้นเหมือนสัญญาณให้ทุกอย่างเริ่ม
ผมค่อย ๆ ปลดสายคลุม เผยเรือนร่างสมบูรณ์แบบที่ไร้ซึ่งสิ่งใดขวางกั้น หน้าอกขนาดพอดี หัวไหล่เนียนเรียบ เส้นผมดำยาวตกลงมาข้างแก้มขณะที่เธอเอื้อมมาจูบผมช้า ๆ
จูบนั้นร้อนแรง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่กักเก็บไว้
มือผมลูบหลังเธอ ไล้ลงจนถึงบั้นท้ายแน่นกระชับที่ขยับตามมือผมอย่างเป็นธรรมชาติ
เธอดันตัวผมนั่งลงบนเตียง แล้วขึ้นคร่อมอย่างช้า ๆ มือเล็กวางบนแผงอก จ้องตาผมแบบไม่ละไปไหน
ฟ้า : “คืนนี้หนูไม่ใช่เจ้าสาวของใคร…แต่อยากเป็นผู้หญิงของพี่แค่คืนนี้”
เสียงหายใจเราถี่ขึ้น จังหวะของร่างกายผสานกันจนไม่รู้ว่าเสียงไหนของใคร
เสียงคราง เสียงเตียง เสียงหัวใจ ทุกอย่างปะปนกันไปหมด
ร่างเธอโยกช้า ๆ แล้วเร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนผมต้องเกร็งตัว มือจิกหมอนแน่น ฟ้าก้มมากัดใบหูผมเบา ๆ แล้วกระซิบว่า
ฟ้า : “พี่ทำให้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองยังมีค่า อีกครั้ง”
ไม่นานเธอก็เกร็งตัว คำรามในลำคอ แล้วทิ้งตัวลงบนอกผม หอบแรง น้ำตาซึมที่หางตา
ฟ้า : “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้รูปสุดท้ายของหนู…ไม่ใช่ภาพลวงตา”
ผมจูบหน้าผากเธอเบา ๆ แล้วเรานอนกอดกันจนหลับไป โดยไม่พูดอะไรอีกเลย
เช้าวันต่อมา ห้องว่างเปล่า ฟ้าไม่อยู่แล้ว มีแค่โน้ตหนึ่งใบบนโต๊ะ
“ขอบคุณสำหรับรูปที่ทำให้รู้สึกว่า ยังมีคนเห็นความงามในตัวหนูอยู่จริง ๆ คืนนี้จะไม่มีใครลืม”